鞠婧祎 - 叹云兮 (ทอดถอนใจเหนือเมฆา) | ปรมาจารย์ลัทธิมาร (วั่งเซี่ยน)

ทักทายจ้า
            สวัสดีค่ะทุกคน บล็อคของแอดจะเป็นบล็อกรวมฟิคสั้นของปรมาจารย์ลัทธิมารนะคะ ใครหลงเข้ามาหรือจงใจเข้ามาแอดก็ยินดีต้อนรับนะคะ แอดเป็นมิตรไม่กัดนะคะทุกคน

คำเตือน
            ทุกตอนของนิยายในบล็อคนี้เป็นเซอร์วิสให้สามาคมสาววายนะคะ ใครไม่ชอบกด x ออกได้เลยนะคะ ขอให้ทุกคนทำคัวน่ารักๆกันด้วยนะคะ

            งั้นถ้าพร้อมกันแล้วเราไปกันเลยนะคะ เป็ดอ่านความหมายของเพลงก่อนจะเข้าใจเนื้อเรื่องมากขึ้นนะคะ ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการอ่านนะคะ


เทียนจื่อเซียว ข้าแบ่งให้เจ้า ทำเป็นไม่เห็นข้าได้มั้ยพี่รอง
.
.
.
หลานจ้าน...สิ่งที่ข้าทำมันผิดอย่างไร...ทรยศสำนักใดหรือ...
.
.
.
หลานจ้าน หลานวั่งจี คุณชายหลาน อ้อข้ารู้แล้ว! พี่รองหลาน- ฮึๆ
.
.
.
เว่ยอิง...กลับกูซูกับข้าเถอะ...
.
.
.


            ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีขาวพิสุทธิ เครื่องแต่งกายประจำของคนสกุลหลาน เส้นเกศาดำเงายาวสลวยปลิดปลิวไปตามกระแสพระพายพร้อมกับผ้าคาดหัวลายเมฆาสัญลักษณ์ว่าเป็นคนในสกุลหลาน ดวงเนตรคมสีอำพันนิ่งสนิทมองกระต่ายขาวและดำตรงหน้าที่กำลังเล่นกันอย่างสนุกสนาน มือหนายื่นส่งอาหารให้กับกระต่ายน้อย พวกมันกินอย่างสุขใจผิดกับชายหนุ่มที่ดูเศร้าหมอง

            "เว่ยอิง...ข้าคิดถึงเจ้า..."

            หยาดหยดน้ำตาไหลอาบแก้มสาก สายตาบ่งบอกความห่วงหาอาวรณ์รักที่มีต่อคนที่จากไป ตลอด 16 ปีที่ผ่านมา หลานวั่งจีคุณชายรองตระกูลหลานโทษตัวเองมาโดยตลอดที่ไม่ได้อยู่เคียงข้างคนรักในยางที่อีกคนลำบาก

            ในยามนั้นหลานวั่งจียังเด็กเกินไป ไม่สามารถขัดคำสั่งของท่านอาจารย์หลานฉี่เหรินได้ ชายหนุ่มในตอนนั้นช่างไร้ความสามารถ เป็นเหตุให้ชายหนุ่มต้องทนทุกข์ทรมานจนถึงทุกวันนี้

            ก๊อก...ก๊อก...

            "วั่งจี พี่ขอเข้าไปได้หรือไม่..."

            "เชิญขอรับท่านพี่..."

            เมื่อได้ยินเสียงผู้เป็นพี่ชายจึงหลุดจากภวังค์ ชายหนุ่มรีบเช็ดน้ำตาและทำตัวให้ดูปกติที่สุดก่อนจะขานรับตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

            ร่างสูงสง่าก้าวเข้ามาพร้อมกับใบหน้าเปื้อนยิ้มบางๆให้น้องชายหัวแก้วหัวแหวนของตน บุคคลคนนี้คือหลานซีเฉิน ครองตำแหน่งประมุขสกุลหลาน หนึ่งในสี่สกุลใหญ่ และเป็นพี่ชายแท้ของหลานวั่งจี เป็นหนึ่งในตรีเทพ และมีฉายาคู่กับหลานวั่งจีว่าหยกคู่สกุลหลาน

            "วั่งจี...เจ้าคิดถึงคุณชายเว่ยอีกแล้วหรือ..."

            ถึงแม้หลานวั่งจีจะไม่ได้แสดงอาการอะไรและนิ่งเฉยขนาดไหน ก็มีหลานซีเฉินผู้นี้แหละที่มองออกทุกการกระทำ รู้ทุกอารมณ์ของหลานวั่งจีเป็นอย่างดี และเมื่อผู้เป็นพี่รู้ร่างสูงก็ไม่จำเป็นต้องปกปิดความในใจ ชายหนุ่มพยักหน้าตอบเบาๆเป็นการยืนยันความคิดของพี่ชาย

            "เพราะเข้าใจเจ้า แต่ว่าวันนี้เจ้าต้องพาเหล่าศิษย์ไปปราบภูติผีที่สกุลโม่ พี่ฝากเจ้าด้วยนะ"

            "วั่งจีเข้าใจแล้ว..."

            ชายหนุ่มขานตอบรับอย่างเฉยชาก่อนจะลุกขึ้นแล้วประสานมือทำนับผู้เป็นพี่อย่างสง่างามแล้วกล่าวลาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

            "วั่งจีขอตัวก่อน..."

            "วั่งจี...ระวังตัวด้วย...พี่ขอให้เจ้าโชคดี..."

            หยกคู่ทั้งสองมองสบตากันก่อนที่หลานซีเฉินจะส่งยิ้มให้กับน้องชายเป็นการอวยพรเป็นครั้งสุกท้ายก่อนที่หลานวั่งจีจะจากไป




            ยามซวี (19.00-20.59) ของวันนั้น

            หลานวั่งจีพาอณุชนสกุลหลานมาถึงที่โม่หลิงตั้งแต่ยามเว่ย (13.00-14.59) แต่ให้เหล่าศิษย์ไปทำการสำรวจกันเอง ตัวเขามีหน้าที่เพียงสังเกตการณ์เท่านั้นเอง

            ปั้ง!!!

            ร่างสูงสง่ากำลังดีดกู่ฉินอยู่ที่ริงระเบียงของห้องพักที่เขาจองไว้แต่แล้วความสงบก็จบลงเมื่อเขาได้ยินเสียงพลุสัญญาณขอความช่วยเหลือมาจากทางสกุลโม่

            ร่างสูงรีบขึ้นประบี่ทยานไปทางนั้นในทันที่เพื่อไปช่วยจัดการสยบความวุ่นวาย เมื่อทุกอย่างสิ้นสุดความสงบก็กลับมา ทว่าปีศาจแขนกลับหลบหนีไปทางเขาต้าฟ่านทำให้พวกเขาต้องตามไปจัดการ แต่ก่อนจะออกเดินทาง ชายหนุ่มกลับเห็นเงาของใครบางคนหลบหนีไปทางด้านประตูหลับของสกุลโม่ และเงานั้นทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยอย่างปลาด

            "เว่ยอิง...ใช่เจ้าหรือไม่..."

            ตอนนี้ ณ เขาต้าฟ่านพวกเขาได้พบเจอกับจินหลิง คุณชายตระกูลจินผู้มีสายเลือดตระกูลเจียงไหลเวียนอยู่ในตัว และเจียงเฉิง ประมุขคนปัจจุบันของตระกูลเจียงแห่งอวิ๋นเมิ่ง ผู้มีฉายาว่า ซานตู่เซิงโซว่ ผู้ครอบครองแส้จื่อเตี้ยน หรือ สายฟ้าม่วง ได้ปะทะคารมกันเล็กน้อยแต่เขาหาได้สนใจไม่ คนที่เขาสนใจคือคุณชายโม่ที่หลบอยู่หลังเขาในตอนนี้ต่างหาก

            แต่ก่อนจะได้ถามไถ่อะไรเทวะนารีกลืนวิญญาณก็โจมตี มันทำให้พวกเขารู้แล้วว่าทำไมเขาต้าฟ่านนี้จึงมีภูติผีเยาะ เป็นเพราะวิชาปีศาจแขนเกรี้ยวกาจที่ถูกร่ายเอาไว้ที่ตัวเทวะนารีนั่นเอง

            ♪...♫♩..♬...♪....♩

            ในขณะที่ทุกคนกำลังชุลมุลกับเทวะนารีก็มีเสียงผิวขลุ่นไม้ไผ่ที่คุ้นเคยดังขึ้น แม้ว่าเสียงจะไม่ได้ไพเราะออกไปทางบาดหูเพราะเป็นการทำขลุ่ยแบบลวกๆก็ตามที แต่ท่วงทำนองนี้ มีเพียงสองคนเท่านั้นที่รู้จักบทเพลงนี้ คนหนึ่งคือเขา และอีกคน คือปรมาจารย์อี๋หลิง เว่ยอู๋เซี่ยน คนรักที่จากไปของเขา และยิ่งยืนยันได้เมื่อขุนพลผีเวินหนิงนั้นออกมาช่วยรบจนสามารถปราบเทวะนารีลงได้

            "หึหึหึ ดี กลับมาแล้วซินะ...เว่ยอู๋เซี่ยน!"

            เสียงกัมปานาฏดังมาจากทางประมุขแท่งท่าน้ำดอกบัว เจียงหวันอิ๋งจ้องมองชายที่บอกว่าตนคือโม่เสวียนอวี่ด้วยสายตาดุดัน มือหนากำแส้จื่อเตี้ยนแน่นก่อนจะตวัดฟาดไปทางคนคนนั้นอย่างแรง แต่หลานวั่งจีเข้ามาขัดเอาไว้ก่อนที่แรงแส้จะฟาดลงบนผิวของคนตัวเล็ก

            คุณชายโม่คนนี้เห็นท่าไม่ดีจึงวิ่งหนีไปทางเจ้าลาที่เขาตั้งชื่อเอาไว้ว่าแอปเปิ้ลน้อยแต่กลับโดนแส้จื่อเตี้ยนฟาดเข้าที่กลางหลังจนล้มลงไปอย่างแรง

            "โอ๊ย!!!เจ็บนะ!!!คิดว่าเป็นคนรวยมีเงินแล้วจะทำอะไรก็ได้หรอ!!!โอ๊ยๆๆหน้าไม่อายจริงๆ"

            "เป็นไปได้ยังไง...ทำไมถึงไม่สลาย..."

            (หมายเหตุ : แส้จื่อเตี้ยนสามารถฟาดวิญญาณร้ายที่สิงอยู่ในร่างคนให้สลายไปได้ แต่หายเป็นการอัญเชิญวิญญาณ แส้จื่อเตี้นจะไม่สามารถทำอะไรวิญญาณดวงนั้นได้)

                "หึ...ข้าอยากจะรู้นัก เจ้าเป็นตัวอะไรกันแน่"

                จบประโยคประมุขเจียงก็ทำทีจะฟาดแส้ลงอีกครั้งแต่กลับถูกห้ามเอาไว้โดยอณุชนสกุลหลานคนหนึ่งนามว่าหลานจิงอี๋เสียก่อน

                "ช้าก่อนประมุขเจียง นั่นแส้จื่อเตี้ยนนะ หากคุณชายโม่ถูกวิญญาณร้ายสิงจริงฟาดครั้งเดียวต้องสำเร็จแล้ว"

            "ชิ...เจ้าเป็นใครกันแน่ ทำไมเรียกวิญญาณเวินหนิงได้"

            ประมุขเจียงถามอย่างขัดข้องใจ ก่อนที่จินหลิงจะเป็นผู้กระจ่างความขุ่นเคืองนั้นให้

            "ท่านน้า เขาชื่อว่าโม่เสวียนอวี่ เคยอยู่ที่หลันหลิง สมองเขามีปัญหา ใครหน้าตาดีหน่อยไม่ว่าชายหรือหญิง ดอกไม้หรือว่าสัตว์ เขาจะวิ่งเข้าไปหาแล้วยิ้มโง่ๆ น่าขยักแขยง"

            เมื่อจบคำของคุณชายน้อยจิน หลานวั่งจีที่จับสังเกตุอยู่นานจึงหันไปมองทางคุณชายโม่ผู้นั้นและได้สบตากัน ในระหว่าที่คนแถวนั้นกำลังวิภาควิจารณ์กันอย่างสนุกปาก

            "ยังไงซะเว่ยอู๋เซี่ยนเลวทรามแค่ไหน ยังไงก็เป็นถึงคุณชายรูปงาม มีข่าวลือกับหญิงงามไม่ขาดสาย คงไม่เลือกสิงร่างของคนบ้าหรอกมั้ง"

            "ข้าเห็นด้วย เสียงขลุ่ยที่เขาเปาออกมาแสบแก้วหูมาก เทียบกับขลุ่ยมารเฉินฉิงของปรมาจารย์อี๋หลิงไม่ได้เลย"

            เสียงนินทายังจนถึงหูของประมุขเจียง แต่เขาก็ยังไม่ปักใจเชื่อจนออกคำสั่งกับศิษย์ตระกูเจียงให้จับตัวโม่เสวียนอวี่กลับไปที่อวิ๋นเมิ่งด้วย

            "ยังไงซะมันก็เป็นภูติผีปีศาจ จับกลับไป"

            จบคำสั่งจากประมุขแห่งท่าน้ำดอกบัวเหล่าศิษย์สกุลเจียงก็พากันเข้าไปจัวตัวโม่เสวียนอวี่ในทันที 

            "นี่พวกเจ้าจะทำอะไรข้าน่ะ อย่าเข้ามานะ ช่วยข้าด้วยๆ"

            แต่มีหรือที่เจ้าตัวจะยินยอมพร้อมใจให้จับตัวกลับไป คุณชายร่างบางวิ่งไปหลบข้างหลังหลานวั่งจีราวกับรู้ว่าที่ตรงนั้นปลอดภัย

            "คุณชายหลาน จงใจเป็นปฏิปักกับข้าหรอ"

            "ประมุขเจียง คุณชายโม่มิได้ถูกผีร้ายเข้าสิง ท่านมิควรหาเรื่องคนที่ไม่มีทางสู้"

            หลานซือจุยเข้ามาขวางประมุขเจียงเอาไปและกล่าวอธิบายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและแสดงถึงความนอบน้อม

            "งั้นข้าขอถามอะไรหน่อย ทำไมคุณชายหลานถึงต้องปกป้องชายที่ไม่มีทางสู้ไร้น้ำยาแบบนั้น"

            ประมุขเจียงจ้องเพ่งเล็งไปทางคนสองคนที่กำลังมองมาทางเขาเช่นกัน สายตาคมกริบแสดงชัดเจนถึงอารมณ์ที่กำลังประทุอย่างรุนแรงด้วยความขัดข้องขุ่นเคืองใจ

            "เขาเป็นผู้ฝึกตน กระทำแต่ความดี เขาช่วยปราบผี จึงต้องขอบคุณ"

            "ใช้ เขาช่วยเราตั้งหลายครั้ง เมื่อครู่เขาช่วยจินหลิงเอาไว้ด้วยนะ"

            หลานวั่งจีตอบกลับประมุขเจียงด้วยน้ำเสียงเรียบเฉิน พร้อมด้วยหลานจิงอี๋ที่เป็นลูกคู่ยืนยันคำพูดของผู้อาวุโสของตนอยู่ไม่ห่าง ต่แล้วผู้ตกเป็นหัวข้อในการสนทนากลับพูดบางสิ่งขึ้น บางสิ่งที่ทำให้ผู้คนแถบนั้นตลึงกับเป็นแถบโดยไม่ได้นัดหมาย

            "เอ่อคือว่าประมุขเจียง...ตามตื้อข้าแบบนี้ข้าก็อายเป็นนะ อย่าคิดว่าเห็นคนหน้าตาดีแล้วข้าจะชอบหมดสิ...ขนาดความเผือกในหมู่บ้าน ตัวใหญ่บึกบึน ข้ายังไม่ชอบเลย เจ้า...ข้าก็ไม่ชอบ..."

            ชายร่างบางนามโม่เสวียนอวี่ทำท่าทำทีกระมิกกระเมี้ยนเหนียมอายราวกับตนเป็นหญิง นำผมทัดหูกรอกตาไปมาและหลบหลังคุณชายรองหลานอย่าออดอ้อนออเซาะ

            "อ๊ะแต่ว่านะ สง่างามแบบคุณชายหลานน่ะข้าชอบมากเลยล่ะ"

            รอยยิ้มสดใสบนทะเล้นผุดขึ้นบนใบหน้าของคุณชายเจ้าปัญหา แต่ร่างบางหารู้ไม่ว่ากำลังหาเหาใส่หัวโดยไม่รู้ตัว รอยยิ้มบางเฉียบประดับบันใบหน้าของหานกวงจวินอยู่ครู่หนึ่งแล้วหายไป ก่อนที่คุณชายรองจะกล่าวต่อ

            "ดี...คนคนนี้ ข้าจะพากลับสกุลหลาน"



            
            ณ สกุลหลาน ยามซวี (19.00-20.59) ในวันถัดไป

            ในตอนนี้หลานวั่งจีกำลังชำระกายอยู่ที่สระเหมันต์ เรือนผมยาวสลวยลอยบนน้ำและพริ้วไหวไปตามกระแสน้ำ ร่างกายกำยำมีหยดน้ำเกาะหริ้งพราย แผ่นหลังหนามีรอยแผลเป็นจากแซ่วินัยเต็มไปหมด

            และทุกสิ่งนั้นอยู่ในสายตาของคนที่ถูกพามาอย่างโม่เสวียนอวี่ จริงๆแล้วร่างบางแค่จะมาชำระกายแต่ไม่คิดว่าจะมาพบกับหลานวั่งจีในเวลานี้

            และดูเหมือนว่าร่างสูงจะรู้ตัวจึงหันมามองทางเขาและกล่าวเชิญให้ลงมาแช่ด้วยกัน ชายหนุ่งตัดสนใจลงไปแช่ด้วยกันแต่เส้นเชือกที่ใช้มัดผมของเขาอยู่นั้นกลับขาดลงทำให้เรือนผมสลวยร่วงลงสยายปิดแผ่นหลังบาง

            แต่สิ่งที่ทำให้ร่างบางตกใจนั้น คือหลานวั่งจีนำริบบิ้นสีแดงมาผูกรวบผมเอาไว้ครึ่งหนึ่ง นั่นเป็นทรงผมของปรมาจารย์อี๋หลิง เว่ยอู๋เซี่ยน

            "หลานจ้าน...เจ้ารู้ตั้งแต่เมื่อใดกัน..."

            เมื่อคิดว่าไม่มีความจำเป็นต้องปิดบังแล้ว เว่ยอู๋เซี่ยนในร่างของโม่เสวียนอวี่จึงเอ่ยปากถามออกไป และสิ่งที่ร่างบางได้กลับมานั้นคือรอยยิ้มบางเบาและอ้อมกอดจากคนรักที่ห่างหายกันไปนานถึง 16 ปี

            "ตั้งแต่เจ้าผิวขลุ่ย...เพลงของเรา..."

            ร่างสูงตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความอ่อนโยนที่ไม่เคยมีใครได้รับมาก่อน ร่างสูงกอดคนรักอย่างถนุดถนอมก่อนจะกล่าวกระซิบเสียงแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความหนักแน่นและจริงใจ

            "ข้ารักเจ้า...เว่ยอิงของข้า..."



ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น